ทริป เที่ยวอุบลราชธานี
ก่อนวันที่จะเดินทางมาเที่ยวอุบลราชธานี เรามาศีกษาประวัติความเป็นมากันของจังหวัดอุบลราชธานีกันก่อนนะคะ
ก่อนวันที่จะเดินทางมาเที่ยวอุบลราชธานี เรามาศีกษาประวัติความเป็นมากันของจังหวัดอุบลราชธานีกันก่อนนะคะ
คำขวัญประจำจังหวัดอุบลราชธานี คือ
เมืองดอกบัวงาม แม่น้ำสองสี มีปลาแซบหลาย หาดทรายแก่งหิ ถิ่นไทยนัก นัก
ปราชญ์
ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม งามล้ำเทียนพรรษา ผาแต้มก่อนประวัติศาสตร์
ฉลาดภูมิปัญญาท้องถิ่น ดินแดนอนุสาวรีย์คนดีศรีอุบล
ดอกบัวนอกจากจะเป็นดอกไม้ประจำ จ. อุบลราชธานีแล้ว ยังมีความเกี่ยวโยงกับชื่อบ้านนามเมืองด้วย
อุบลราชธานี มีบัวสายเป็นดอกไม้ประจำจังหวัด มีบัวหลวงปรากฏอยู่ในดวงตราประจำจังหวัด ปัจจุบันที่ตั้งเมืองเดิมไม่ปรากฏแหล่งบัวแล้ว ทว่าแหล่งบัวขนาดใหญ่ทั้งตาม
ธรรมชาติและที่ชาวบ้านปลูกอยู่ที่บ้าน
ปากน้ำ ต. กุดลาด อ. เมืองอุบลราชธานี
ประวัติความเป็นมา
อุบลราชธานีเป็นเมืองใหญ่ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 200 ปี ในอดีตบริเวณพื้นที่แถบนี้อยู่ภายใต้การปกครอง
ของอาณาจักรเขมรหรือขอมโบราณ ต่อมาอาณาจักรขอมเสื่อมอำนาจไป
จนถึงสมัยกรุงศรีอยุธยา สมเด็จพระรา
มาธิบดีก็ได้ทรงรวบรวมดินแดนแถบนี้เข้าอยู่ภายใต้การปกครอง
แต่ต่อมาชุมชนดังกล่าวก็เกิดการแตกแยก แบ่งเป็นฝักฝ่ายอยู่เป็นเวลานับสิบปี
จนกระทั่งสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชได้ทรงรวบรวมดินแดนแถบนี้เป็น
อาณาจักรได้สำเร็จอีกครั้ง และได้สถาปนาอาณาจักรกรุงธนบุรีขึ้น ตรงกับที่ท้าวคำผง
(พระประทุมวรราชสุริยวงศ์) แห่งเมืองเวียงจันทน์
ได้อพยพจากหนองบัวลำภูมาตั้งเมืองขึ้นใหม่ที่บริเวณดงอู่ผึ้งริมฝั่งแม่น้ำมูล
บริเวณอำเภอ ดอนมดแดงในปัจจุบัน และต่อมาได้เกิดอุทกภัยขึ้น
จึงได้ย้ายชุมชนมาตั้งอยู่ที่บริเวณตัวจังหวัดในปัจจุบัน สมเด็จ
พระเจ้าตากสินมหาราชโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเมืองใหม่นี้ว่า “อุบลราชธานี”
"แม่น้ำสองสี"
แม่น้ำโขงกับแม่น้ำมูนไหลมาสบกันที่ จ. อุบลราชธานี สายน้ำสองสายมีสีแตกต่างกัน ดังที่คนท้องถิ่นกล่าว "โขงสีปูน มูนสีคราม"
แม่น้ำโขงไหลผ่านอ. เขมราฐ
อ. นาตาล อ. โพธิ์ไทรและ
อ. โขงเจียม จ. อุบลราชธานี โดยไหลจากขุนเขาสูงชันเป็นระยะทางยาวไกล กระแส
น้ำจึงเชี่ยวกรากและกัดเซาะหน้าดินกรวดหินมาด้วย
สายน้ำโขงจึงมีสีขุ่นโคลนที่บางคนบอกว่าคล้ายสีปูน ส่วนแม่น้ำมูนไหลผ่าน
อุบลราชธานีที่ อ. วารินชำราบ อ. พิบูลมังสาหาร อ. สิรินธร
และ อ. โขงเจียม เป็นแม่น้ำสายสั้นๆ เต็มไปด้วยแก่งหิน ซึ่งเป็นเหมือนฝาย
ชะลอความเชี่ยวกรากของกระแสน้ำ สายน้ำมูนจึงใส มองเห็นเป็นสีคราม
เมื่อ
แม่น้ำโขงและแม่น้ำมูนไหลมาสบกันบริเวณดอนด่านปากมูน หลังวัดโขงเจียม อ. โขงเจียม จึงเกิดปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เรียกว่า "แม่น้ำ
สองสี" ช่วงที่เห็นความแตกต่างชัดเจนคือเดือน ธ.ค.-ก.พ. อันเป็นช่วงที่ระดับน้ำในแม่น้ำทั้งสองสายลดต่ำลง
"มีปลาแซบหลาย
หาดทรายแก่งหิน"
แก่งหิน หาดทราย ฝูงปลา ล้วนเป็นสิ่งสร้างชื่อเสียงให้ จ. อุบลราชธานีเป็นที่รู้จักของคนทั่วประเทศ
แม่น้ำโขงและแม่น้ำมูนเป็นแหล่งปลาน้ำจืดรสชาติดี บริเวณริมฝั่งมีหาดทราย เช่นหาดทรายวัดใต้ และชายฝั่งซึ่งเป็นพื้นที่ป่าบุ่งป่าทาม ส่วนกลางลำน้ำมี
เกาะแก่งที่บางแห่งมีความงามเลื่องชื่อ เช่น
แก่งตะนะ ที่ อ. โขงเจียม แก่งสะพือ ที่ อ. พิบูลมังสาหาร ในลำน้ำมูน
สามพันโบก ที่ อ. โพธิ์ไทร ในลำน้ำโขง
แก่งหิน หาดทราย ฝูง
ปลา มีความเกี่ยวโยงเป็นระบบนิเวศที่น่าสนใจ ดังเช่นที่ อ. เขมราฐ และ อ. โขงเจียม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นแหล่งปลาแซบหลายนั้น เป็นบริเวณที่พบปลาน้ำจืด
หลายชนิดในปริมาณมาก พื้นที่จะสมบูรณ์ด้วยป่าบุ่งป่าทามที่เป็นทั้งแหล่ง
อาหารของปลาและที่วางไข่ นอกจากนี้ในลำน้ำยังเต็มไปด้วยเกาะแก่ง รวมถึงโบก (หลุมลึกบนพื้นผิวหินที่เกิดจากกระแสน้ำกัดกร่อน) ซึ่งเป็นที่อาศัยวางไข่
ของปลาบางชนิด
"ถิ่นไทยนักปราชญ์"
คนอีสานมีคำกล่าวว่า "ถ้าอยากเป็นนักมวยให้ไปโคราช หากอยากเป็นนักปราชญ์ให้มาอุบลฯ"
คำกล่าวนี้มิได้เกินจริง เพราะเมืองอุบลเต็มไปด้วยนักปราชญ์ทั้งทางโลกและทางธรรม
ครู สลา คุณวุฒิ นักแต่งเพลงลูกทุ่งอัจฉริยะ หมอลำคูณและหมอลำจอมศรี ครูเพลง
หมอลำที่ได้รับการบันทึกแผ่นเสียงในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2
หมอลำฉวีวรรณ พันธุ ศิลปินแห่งชาติปี 2536 อุส่าห์ จันทรวิจิต
และ ประดับ ก้อนแก้ว ศิลปินช่างเทียนผู้ทำให้งานประเพณีแห่เทียนพรรษาเป็น
ที่รู้จัก ดร. บำเพ็ญ ณ อุบล ปรีชา พิณทอง ปราชญ์ทางประวัติศาสตร์ ภาษา
และวรรณกรรมท้องถิ่น บุคคลเหล่านี้ล้วนเป็นชาวอุบลราชธานี
ส่วนทาง ธรรมนั้น ในยุคสร้างบ้านแปงเมือง ชาวพุทธทั้งชาวไทยและชาวลาวล้วนเคารพ
ศรัทธาสำเร็จลุน พระสงฆ์ฝ่ายวิปัสสนากรรมฐาน ในปัจจุบันพระอาจารย์ทั้งพระ
อาจารย์มั่น ภูริทัตโต และพระอาจารย์ชา สุภัทโท ต่างมีนิวาสสถานเดิมอยู่ใน
จ. อุบลราชธานี
“ทวยราษฎร์ใฝ่ธรรม
งามล้ำเทียนพรรษา”
"หลอม เทียน หลอมบุญ หลอมใจ"
เป็นกุศโลบายที่หลอมรวมชาวอุบลราชธานีเพื่อช่วยกัน สืบสานประเพณีแห่เทียนพรรษาที่มีมาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5
ในอดีตชาว
บ้านจะนำเทียนมาหลอมรวมกันเป็นเทียนเล่มใหญ่ตกแต่งด้วยกระดาษสีและเชือกนำไป
ถวายวัด ล่วงถึง พ.ศ. 2444 พลตรี พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงสรรพสิทธิ
ประสงค์ ข้าหลวงต่างพระองค์ ทรงริเริ่มให้นำเทียนพรรษาของแต่ละวัดมาแห่
ประกวดกัน จนกลายเป็นขนบปฏิบัติสืบมาจนปัจจุบัน
เทียนพรรษาเมืองอุบล มี 3 ลักษณะ คือ เทียนติดลายแบบดั้งเดิม เทียนลายดอก และเทียนแกะสลัก เมื่อถึงช่วงออกพรรษา ชาวอุบลจะนำรถแห่เทียนพรรษาที่ตกแต่งอย่างสวยงามมา
ประกวดกันบริเวณทุ่งศรีเมืองใน อ. เมือง
นอกจากนี้ศิลปกรรมอันเกี่ยว
เนื่องกับศาสนาที่ปรากฏใน จ. อุบลราชธานี ดังเช่น
จิตรกรรมฝาผนังในหอพระบาทและหอไตรที่วัดทุ่งศรีเมือง ธรรมาสน์สิงห์เทิน
บุษบกที่วัดศรีนวลแสงสว่างอารมณ์ รางสรงน้ำทรงแกะสลักเป็นรูปพญานาค กากะเยียหรือรางโค้งสำหรับรองรับใบลานเวลาพระสงฆ์เทศนา ที่จัดแสดงอยู่ที่
พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ อุบลราชธานี ล้วนเป็นสิ่งยืนยันถึงความศรัทธาในพระ
พุทธศาสนาของชาวอุบล
"ผาแต้มก่อนประวัติศาสาตร์"
ภาพเขียนสีบนผนังผาแต้มมีพัฒนาการมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ อายุไม่น้อยกว่า 3,000 ปี
ผา แต้มเป็นส่วนหนึ่งของเขาทาม ในเขตอุทยานแห่งชาติผาแต้มที่ อ. โขงเจียม มี
ลักษณะเป็นเพิงผาสูง มีไหล่เขาเป็นทางเดินไปตามเพิงผายาวเหยียด จากเพิงผา
มองเห็นลำน้ำโขงไหลคดเคี้ยวอยู่เบื้องล่างท่ามกลางป่าเขียวขจี อ. ศรีศักร วัลลิโภดม นักโบราณคดี สันนิษฐานว่า
มนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ซึ่งเป็นสังคมเกษตรกรรมเลือกผาแต้มเป็นสถานที่
ประกอบพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เช่นการขอฝนจากสิ่งเหนือธรรมชาติ จึงมีการ
เขียนภาพสีรูปลักษณ์ต่างๆ จำนวนมากไว้บนผนังผา เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกความเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ภาพ
เขียนสีที่ผาแต้มเขียนไปตามแนวยาวของผนังเป็นระยะทางเกือบ 1 กม. แบ่งเป็น
4 กลุ่ม กลุ่ม 1-ผาขาม เป็นภาพปลาขนาดใหญ่ ช้าง และโครงร่างของสัตว์สี่
เท้าที่พร่าเลือนไปมากแล้ว กลุ่ม 2-ผาแต้ม เป็นภาพช้าง ปลาบึก ฝ่ามือ และ
ภาพคล้ายเครื่องมือหาปลาที่เรียกว่าตุ้ม กลุ่ม 3-ผาหมอนน้อย เป็นภาพการ
เพาะปลูกและรูปเรขาคณิต กลุ่ม 4-ผาหมอน
เป็นภาพคล้ายคนนุ่งกระโปรงบานเท้าเอวและภาพการล่าสัตว์
การเดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี
จังหวัดอุบลราชธานี
มีการคมนาคมขนส่งติดต่อกับจังหวัดต่าง ๆ หลายทางดังนี้
1. ทางรถไฟ มีรถด่วน รถเร็ว และรถไฟปรับอากาศด่วนพิเศษทุกวัน จากกรุงเทพฯ
ผ่านจังหวัดนครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์และศรีสะเกษ สุดปลายทางทีอําเภอวารินชําราบ
โดยจังหวัด อุบลราชธานี มีสถานีย่อย 2 แห่ง คือ
สถานีบุ่งหวาย และสถานีห้วยขะยุง เวลาเดินรถไฟ ประกอบด้วย – เที่ยวขึ นจากสถานีต้นทางกรุงเทพฯ เริ่มต้นที'เวลา 05.45 ถึง 23.40 น. - เทียวล่องจากสถานีรถไฟวารินชําราบจังหวัดอุบลราชธานีเริมต้นทีเวลา 07.00 ถึง 19.30 น.
2.ทางรถยนต์ สามารถใช้เส้นทางติดต่อภายในจังหวัดและจังหวัดใกล้เคียง ตลอดจน กรุงเทพฯ
ระยอง เชียงใหม่ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยรถยนต์ของบริษัทขนส่งจํากัด และรถยนต์
ปรับอากาศของบริษัทเอกชนหลายบริษัท รวมถึง บริษัทรถเช่าeco car อุบลราชธานี
3.ทางอากาศ จังหวัดอุบลราชธานี มีสนามบินนานาชาติ 1 แห่ง
ซึงมีสายการบินของบริษัทการบินไทย จํากัด (มหาชน) สายการบินนกแอร์
ไทยไลอ้อนแอร์ และสายการบิน แอร์เอเชีย ไป-กลับ กรุงเทพฯ - อุบลราชธานี
ให้บริการเป็นประจํา
